แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลทั่วโลก หลังประกาศรายชื่อ 11 ตัวจริงในศึกเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ด้วยการตัดสินใจดร็อป รายาน แชร์กี แนวรุกดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสให้นั่งเป็นตัวสำรอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นและมีบทบาทสำคัญในเกมรุกของทีมมาโดยตลอด
การไม่มีชื่อของ รายาน แชร์กี ในทีมตัวจริงครั้งนี้ กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในหมู่แฟนบอลและสื่ออังกฤษ เนื่องจากดาวเตะวัยรุ่นรายนี้มีจุดเด่นเรื่องความเร็ว เทคนิค และการสร้างสรรค์เกมรุก อย่างไรก็ตาม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดูเหมือนจะเลือกใช้ประสบการณ์และแท็กติกที่เน้นความสมดุลมากกว่าในเกมสำคัญระดับนัดชิงชนะเลิศ
ขณะเดียวกัน ข่าวดีของทีมเรือใบสีฟ้าคือการกลับมาของ โรดรี้ กองกลางตัวรับคนสำคัญ ที่ฟิตสมบูรณ์พร้อมกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงอีกครั้ง หลังมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกายในช่วงก่อนหน้านี้ โดยการคัมแบ็กของมิดฟิลด์ทีมชาติสเปนรายนี้ จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและความนิ่งให้กับแดนกลางของทีมอย่างชัดเจน
สำหรับเกมนัดชิง เอฟเอ คัพ ครั้งนี้ โรดรี้ ถูกมองว่าจะมีบทบาทสำคัญในการคุมจังหวะเกม ทั้งการตัดเกมแดนกลางและการเชื่อมเกมรุกให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่วน รายาน แชร์กี แม้จะเริ่มต้นที่ม้านั่งสำรอง แต่ยังถือเป็นไพ่ลับสำคัญที่สามารถถูกส่งลงมาเปลี่ยนเกมได้ทุกเมื่อ หากทีมต้องการความแตกต่างในช่วงครึ่งหลัง
แฟนบอลต่างจับตามองว่า การตัดสินใจของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในการเลือกใช้งาน โรดรี้ เป็นตัวจริง และเก็บ รายาน แชร์กี ไว้เป็นซูเปอร์ซับ จะช่วยพา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จหรือไม่ โดยทุกสายตาพร้อมรอชมว่าค่ำคืนนี้ทีมเรือใบสีฟ้าจะสามารถพิสูจน์ความแข็งแกร่งและปิดฉากฤดูกาลด้วยถ้วยแชมป์ได้ตามเป้าหมายหรือเปล่า