ความหวังในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของ อาร์เซน่อล กลับมาร้อนแรงอีกครั้งในฤดูกาลนี้ หลังโชว์ฟอร์มแข็งแกร่งต่อเนื่องและยืนระยะอยู่ในกลุ่มหัวตารางอย่างมั่นคง อย่างไรก็ตาม คำว่า “อาถรรพ์โค้งสุดท้าย” ยังคงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเสมอในช่วงเวลาสำคัญ เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ช่วงท้ายฤดูกาลมักกลายเป็นบททดสอบที่หนักหนาสำหรับทีมดังแห่งลอนดอนเหนือ
ย้อนกลับไปสองฤดูกาลก่อน ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า อาร์เซน่อลเคยทะยานขึ้นนำเป็นจ่าฝูงได้อย่างสง่างาม แต่กลับสะดุดในช่วง 8-10 นัดสุดท้ายของซีซั่น ปัจจัยสำคัญมาจากอาการบาดเจ็บของผู้เล่นตัวหลัก ฟอร์มที่แผ่วลง และแรงกดดันมหาศาลจากการถูกไล่ล่าโดยทีมที่มีประสบการณ์สูงกว่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความโหดในช่วงโค้งสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจนของอาร์เซน่อล ทั้งในแง่แท็คติกและความแข็งแกร่งของขุมกำลัง ทีมมีตัวเลือกหมุนเวียนมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากปัญหาอาการล้าและอาการบาดเจ็บ ขณะเดียวกัน นักเตะแกนหลักก็ผ่านประสบการณ์ลุ้นแชมป์มาแล้ว ทำให้มีวุฒิภาวะและความนิ่งมากกว่าเดิมในเกมสำคัญ
แม้ภาพรวมจะดูดีขึ้น แต่เส้นทางสู่แชมป์พรีเมียร์ลีกยังเต็มไปด้วยอุปสรรค โปรแกรมการแข่งขันที่ถี่ขึ้น ความกดดันจากแฟนบอล และการแข่งขันที่สูสีทุกแต้ม ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อโมเมนตัมของทีม หากอาร์เซน่อลพลาดแม้เพียงเล็กน้อย อาจเปิดโอกาสให้คู่แข่งแซงหน้าทันทีในช่วงเวลาชี้ชะตา
บทสรุปจึงขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอและสภาพจิตใจของทีม หากอาร์เซน่อลสามารถรักษามาตรฐานการเล่นและรับมือกับแรงกดดันในช่วงโค้งสุดท้ายได้สำเร็จ พวกเขามีโอกาสลบคำครหาเรื่อง “อาถรรพ์” และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างยิ่งใหญ่ แต่หากประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง คำถามเรื่องความแข็งแกร่งในช่วงท้ายฤดูกาลก็จะยังคงเป็นประเด็นถกเถียงต่อไปในวงการฟุตบอลอังกฤษ