ไมเคิล โอลีเซ่ แนวรุกชาวฝรั่งเศสของ บาเยิร์น มิวนิค โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงในบทบาทซูเปอร์ซับ หลังถูกส่งลงสนามในครึ่งหลัง ก่อนมีส่วนสำคัญพา “เสือใต้” พลิกสถานการณ์จากที่เป็นฝ่ายตามหลัง บุกไปถล่ม แอร์เบ ไลป์ซิก ขาดลอย 5-1 ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา กลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่ตอกย้ำคุณภาพของแข้งวัย 24 ปี ได้อย่างชัดเจน
เกมการแข่งขันที่สนามเรดบูลล์ อารีนา ครึ่งแรกเป็น ไลป์ซิก ที่เล่นได้อย่างมีวินัย ใช้จังหวะสวนกลับเล่นงานแนวรับทีมเยือนจนได้ประตูขึ้นนำ ขณะที่ บาเยิร์น มิวนิค แม้จะครองบอลได้มากกว่า แต่ยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย ทำให้จบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์ตามหลัง และตกอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันอย่างมาก
เข้าสู่ครึ่งหลัง แว็งซ็องต์ กอมปานี กุนซือบาเยิร์น มิวนิค แก้เกมด้วยการส่ง ไมเคิล โอลีเซ่ ลงสนามในนาทีที่ 56 ซึ่งการเปลี่ยนตัวครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมทันที โดยแนวรุกชาวฝรั่งเศสใช้ความเร็ว การเลี้ยงบอล และความสร้างสรรค์ สร้างปัญหาให้แนวรับเจ้าถิ่นอย่างต่อเนื่อง ก่อนจัดแอสซิสต์แรกให้ แฮร์รี เคน ยิงตีเสมอในนาทีที่ 67
หลังจากได้ประตูตีเสมอ บาเยิร์น มิวนิค เดินหน้าเปิดเกมรุกอย่างดุดัน และ โอลีเซ่ ก็ยังคงโชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยม ด้วยการทำอีกสองแอสซิสต์ให้ โยนาธาน ทาห์ ในนาทีที่ 83 และ อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช ในนาทีที่ 85 ช่วยให้ “เสือใต้” พลิกขึ้นนำอย่างรวดเร็ว และทำให้แนวรับของ ไลป์ซิก แทบตั้งตัวไม่ทัน
ช่วงท้ายเกม ไมเคิล โอลีเซ่ ปิดฉากค่ำคืนสุดสมบูรณ์แบบของตัวเอง ด้วยการยิงประตูปิดท้ายในนาทีที่ 88 จบเกมด้วยผลงานสุดโหด 1 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่นไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พา บาเยิร์น มิวนิค คว้า 3 คะแนนสำคัญ พร้อมตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะซูเปอร์ซับตัวจริง และอาวุธลับที่พร้อมเปลี่ยนเกมให้ทีมได้ทุกเมื่อในฤดูกาลนี้